การติดตั้งประตูและหน้าต่างเป็นส่วนสำคัญของการสร้างหรือปรับปรุงบ้าน เพราะนอกจากจะช่วยปกป้องบ้านจากสภาพอากาศและเพิ่มความปลอดภัยแล้ว ยังมีบทบาทในการเสริมความสวยงามและความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย การตรวจสอบงานติดตั้งประตูและหน้าต่างอย่างมืออาชีพจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่างานติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานที่ดีและมีคุณภาพสูง ต่อไปนี้คือขั้นตอนการตรวจสอบที่ควรปฏิบัติ:
1. ตรวจสอบความเรียบร้อยของการติดตั้งเฟรม
เฟรมของประตูและหน้าต่างควรติดตั้งอย่างมั่นคง ไม่มีการบิดเบี้ยวหรือเอียง
ตรวจสอบระดับเฟรมด้วยเครื่องมือเครื่องเลเซอร์เพื่อวัดแนวดิ่งและแนวระดับ เพื่อให้แน่ใจว่าเฟรมติดตั้งในแนวระนาบที่ถูกต้อง
ตรวจสอบช่องว่างรอบเฟรมว่ามีการซีลด้วยวัสดุกันน้ำและกันลมอย่างเรียบร้อย เช่น ซิลิโคนคุณภาพสูง
2. เช็กการเปิด-ปิดอย่างราบรื่น
ประตูและหน้าต่างควรเปิด-ปิดได้ง่ายโดยไม่ติดขัด
ตรวจสอบกลไกบานพับและรางเลื่อนว่ามีการติดตั้งอย่างถูกต้อง และไม่มีเสียงดังหรือความฝืดขณะใช้งาน
สำหรับหน้าต่างแบบบานเลื่อนหรือบานพับ ตรวจสอบว่าล็อกและกลไกอื่นๆ ทำงานได้ตามปกติ
3. ตรวจสอบระบบล็อกและความปลอดภัย
ระบบล็อกของประตูและหน้าต่างควรทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ล็อกได้แน่นหนาโดยไม่มีความหลวม
หากเป็นระบบล็อกหลายจุด (Multipoint Lock System) ควรทดลองล็อกและปลดล็อกทุกจุดเพื่อให้มั่นใจว่าระบบทำงานอย่างถูกต้อง
ตรวจสอบความปลอดภัย เช่น การติดตั้งลูกบิดหรือด้ามจับให้มั่นคง ไม่มีส่วนที่หลุดหรือหลวม
4. ตรวจสอบการกันน้ำและกันลม
ทดสอบว่าหน้าต่างและประตูสามารถป้องกันน้ำรั่วซึมได้โดยการใช้น้ำฉีดจำลองฝนตก
ตรวจสอบซีลรอบกรอบประตูและหน้าต่างว่าไม่มีช่องว่างที่ลมสามารถลอดผ่านได้ เพื่อเพิ่มความสบายในการอยู่อาศัยและลดค่าใช้จ่ายพลังงานจากการใช้เครื่องปรับอากาศ
5. ตรวจสอบคุณภาพของวัสดุ
ตรวจสอบว่าไม่มีรอยแตก รอยขีดข่วน หรือความเสียหายบนเฟรมและบานกระจก
หากเป็นวัสดุไม้ ควรตรวจสอบการเคลือบผิวไม้ว่ามีความเรียบเนียน ไม่มีจุดร่อนหรือบวม
หากเป็นวัสดุอลูมิเนียมหรือ UPVC ให้ดูว่าสีเรียบเสมอกันและไม่มีรอยด่าง
6. ตรวจสอบการติดตั้งกระจก
กระจกควรติดตั้งอย่างแน่นหนา ไม่มีช่องว่างหรือการเคลื่อนที่
ตรวจสอบว่ากระจกไม่มีรอยร้าว รอยขีดข่วน หรือฟองอากาศในกรณีที่เป็นกระจกสองชั้น
ทดสอบความแข็งแรงของกระจกโดยดูจากมาตรฐานที่ใช้ เช่น กระจกนิรภัยหรือกระจกกันเสียง
7. ตรวจสอบการเชื่อมต่อกับผนัง
เฟรมของประตูและหน้าต่างควรแนบสนิทกับผนังโดยไม่มีช่องว่าง
ดูว่ามีการซีลขอบเฟรมกับผนังด้วยวัสดุที่เหมาะสม เช่น ซิลิโคนกันรั่วหรือโฟม PU เพื่อป้องกันน้ำและลมรั่ว
8. ตรวจสอบความสวยงามโดยรวม
ตรวจสอบว่าการติดตั้งไม่มีรอยเลอะหรือคราบซิลิโคนเกินออกมา
ดูว่ามุมของประตูและหน้าต่างเรียบร้อยและไม่มีรอยต่อที่เห็นชัดเจน
สีและวัสดุทั้งหมดควรสม่ำเสมอและเหมาะสมกับการตกแต่งภายในบ้าน
9. ทดลองใช้งานจริง
ทดลองใช้งานประตูและหน้าต่างในชีวิตประจำวัน เช่น การเปิด-ปิดในทิศทางที่ต่างกัน การล็อก และการใช้ฟังก์ชันเสริมอื่นๆ
ตรวจสอบว่ามีปัญหาอะไรที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้งานจริง เช่น ความไม่สะดวกในการเปิด-ปิด
10. ตรวจสอบใบรับประกันและคำแนะนำการดูแล
ขอใบรับประกันจากช่างหรือตัวแทนจำหน่าย เพื่อให้มั่นใจว่าในกรณีที่มีปัญหาจะสามารถเคลมได้
รับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษา เช่น การทำความสะอาด การหล่อลื่นบานพับ หรือการดูแลระบบล็อก
การตรวจสอบงานติดตั้งประตูและหน้าต่าง มีความจำเป็นอย่างมาก ไม่เพียงช่วยให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของงาน แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานและเพิ่มความสบายใจในการอยู่อาศัยอีกด้วย ควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบทุกขั้นตอนเพื่อให้บ้านของคุณสมบูรณ์แบบในทุกมิติ
โดยเฉพาะทีมช่างจะต้องเป็นทีมช่างของบริษัทโดยตรงที่ผ่านมาตรฐานการติดตั้งประตูหน้าต่าง จึงทำให้ทุกท่านมั่นใจได้เลยว่าจะได้รับการส่งมอบงานการติดตั้งประตูหน้าต่างที่ผ่านการตรวจสอบอย่างมืออาชีพ หากท่านใดมีความสนใจที่จะติดตั้งประตูหน้าต่าง Tostem, ประตูหน้าต่างระบบ Euro Profile, งานติดตั้งกระจก Oversize ที่ได้รับคุณภาพและมีมาตรฐาน สามารถปรึกษาได้ที่บริษัท K SPACE SOLUTION ทุกช่องทาง หรือแวะทดลองและชมสินจริงได้ที่โชว์รูม K SPACE SOLUTION